การรักษาโรคเอดส์ ในปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือยัง

การรักษาโรคเอดส์

การรักษาโรคเอดส์ ในปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือยัง การดูแลตนเองหลังติดเชื้อเอชไอวี

 

การรักษาโรคเอดส์ หรือการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ในปัจจุบันจะมุ่งเน้นไปที่การใช้ยาต้านไวรัส (Antiretroviral therapy หรือ ART) หรือยา ARV เพื่อควบคุมเชื้อไวรัสและป้องกันไม่ให้พัฒนาสู่โรคเอดส์ (AIDS) การรักษาด้วย ART มีรายละเอียดดังนี้:

 

ยาต้านไวรัส (ART)

ยาต้านไวรัสประกอบด้วยยาหลายประเภทที่ทำงานร่วมกันเพื่อลดปริมาณเชื้อ HIV ในร่างกาย มีการจัดเป็น “สูตรยาต้านไวรัส” ที่ใช้หลายชนิดร่วมกันเพื่อให้ได้ผลสูงสุดและลดการดื้อยา ได้แก่:

 

  1. Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitors (NRTIs): ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ reverse transcriptase เช่น zidovudine (AZT), lamivudine (3TC), emtricitabine (FTC)
  2. Non-Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitors (NNRTIs): ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ reverse transcriptase เช่น efavirenz (EFV), nevirapine (NVP)
  3. Protease Inhibitors (PIs): ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ protease เช่น lopinavir/ritonavir (LPV/r), atazanavir (ATV)
  4. Integrase Inhibitors: ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ integrase เช่น raltegravir (RAL), dolutegravir (DTG)
  5. Entry Inhibitors: ยับยั้งการเข้าของไวรัสเข้าสู่เซลล์ เช่น maraviroc (MVC)
  6. Fusion Inhibitors: ยับยั้งการหลอมรวมของเชื้อกับเซลล์ เช่น enfuvirtide (T20)

 

เป้าหมายของการรักษา

  1. ลดปริมาณเชื้อไวรัสในเลือด (Viral load): เป้าหมายคือให้ปริมาณเชื้อไวรัสในเลือดลดลงถึงระดับที่ตรวจไม่พบ (undetectable)
  2. เพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4: เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้น
  3. ป้องกันโรคแทรกซ้อนและการติดเชื้อโอกาส (Opportunistic infections): โดยการใช้ยาป้องกันการติดเชื้อเช่น cotrimoxazole สำหรับป้องกัน Pneumocystis pneumonia (PCP)

 

การเริ่มต้นการรักษา

การเริ่มต้นการรักษาด้วยยาต้านไวรัส (ART) ควรเริ่มต้นเร็วที่สุดหลังจากการวินิจฉัยโรค เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด ในปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถรักษาเอชไอวีให้หายขาดได้ การรักษานี้ต้องต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่มีการหยุดยาหากไม่มีคำแนะนำจากแพทย์

 

การติดตามผล

ผู้ป่วยต้องมาตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามการทำงานของยาและปรับสูตรยาให้เหมาะสมกับตนเองเมื่อจำเป็น รวมถึงตรวจปริมาณเชื้อไวรัส (Viral load) และระดับเซลล์ CD4 เป็นประจำ

 

การดูแลสุขภาพโดยรวม

นอกจากการใช้ยาต้านไวรัสแล้ว ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพโดยรวมด้วยการรับประทานอาหารที่สมดุล ออกกำลังกาย และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มสุรา

 

การรักษาด้วย ART สามารถช่วยให้ผู้ป่วย HIV มีคุณภาพชีวิตที่ดีและอายุยืนยาวได้เทียบเท่ากับคนทั่วไป หากเข้ารับการรักษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

การดูแลตนเองให้ห่างไกลจากการติดเชื้อเอชไอวี

การที่รู้สถานะเอชไอวีของตนเองอยู่เสมอ เป็นอีกหนึ่งในการดูแลตนเองให้ห่างไกลจากการติดเชื้อเอชไอวี สิ่งที่จะสามารถทำให้เราทราบได้ว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ คือ การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งในปัจจุบันสามารถตรวจด้วยตนเองได้แล้ว ทำให้สามารถตรวจได้ทุกที่ทุกเวลา และตรวจบ่อย ๆ ได้เท่าที่ต้องการ

 

 

 

ตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ได้แล้ววันนี้ อินสติ ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอว มาตรฐานชุดตรวจจากประเทศ แคนาดา ได้รับการรับรองจากอย.ไทย เลขอย. 64-2-1-1-0000679 เอชไอวี ตรวจเร็ว รู้เร็ว เข้าระบบเร็ว รักษาได้เร็ว

 

อินสติ มีจำหน่ายที่ร้านขายยาทั่วไป สามารถเข้าไปค้นหาร้านขายยาที่มีอินสติ ได้ที่ ร้านจำหน่าย INSTI 

 

หรือสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน Grab , LINE MAN , Foodpanda , Lalamove เข้าไปที่แอพแล้วเลือกร้าน Boots เสิร์จ คำว่า ชุดตรวจเอชไอวี หรือคำว่า อินสติ หรือ Insti

 

ผ่านอีกหนึ่งช่องทางคือสั่งซื้อผ่านทางผู้นำเข้าโดยตรง ได้ที่

Line OA: @insti

Facebook: อินสติ insti ชุดตรวจเอชไอวี

Shopee: INSTi_THAILANDHIVTEST

Lazada: INSTi_THAILANDHIVTEST

Tiktok:  Insti.thailand-v2

Line Shopping: insti

Website: thailandhivtest.com

 

 

 

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]