​คนที่ติดเชื้อเอชไอวีแล้วสามารถแพร่เชื้อให้คนอื่น ๆ ได้ตลอดไป ถึง แม้จะกินยาควบคุมการเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัสอยู่ ก็ยังสามารถแพร่เชื้อให้คนอื่น ๆ ได้ ดังนั้น คนที่ติดเชื้อแล้ว ควรมีวิธีการปฏิบัติตัว ดังนี้

  • สิ่งแรกในการดำเนินชีวิตเมื่อติดเชื้อเอชไอวีแล้ว คือ ผู้ติดเชื้อต้องหาความรู้เกี่ยวกับโรคนี้จากบุคคลากรทางการแพทย์ จากหนังสือ จากอินเทอร์เน็ต จากผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้วและเต็มใจมาให้คำแนะนำ หรือรวม กลุ่มเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การมีความรู้ที่ถูกต้องจะทำให้ผู้ติดเชื้อไม่ตื่นตระหนก หรือวิตกกังวลจนเกินควร และสามารถปฏิบัติตนในการป้องกันการแพร่เชื้อ และป้องกันการติดเชื้อโรคอื่น ๆ ที่จะเข้ามาแทรกซ้อนได้อย่างถูกต้อง
  • กินยาที่ใช้ควบคุมการเพิ่มปริมาณของเชื้อไวรัสนี้ จากสถานพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้ขาดยา เพราะการขาดยาจะทำให้เชื้อเพิ่มปริมาณมากขึ้น และเกิดการดื้อยาได้ ทำให้ยาที่เคยใช้ได้ผลกลับเป็นใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ผู้ที่ติดเชื้อแล้วไปรับยาอย่างสม่ำเสมอสามารถมีชีวิตยืนยาวอย่างคนปกติได้ก็มีเป็นจำนวนมาก
  • อย่าทำให้ร่างกายอ่อนแอด้วยอบายมุขต่าง ๆ เช่น การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ การเที่ยวกลางคืนทั้ง ๆ ที่ควรจะพักผ่อนนอนหลับให้พอเพียง การใช้ยาเสพติด การที่ร่างกายอ่อนแอลง จะทำให้โรคกำเริบได้​
  • ควรศึกษาวิธีการต่าง ๆ ทั้งทางจิตวิทยา ศาสนาที่ผู้ติดเชื้อนับถือ มีเพื่อน หรือญาติพี่น้องที่คอยเป็นที่ปรึกษาและให้กำลังใจ เพื่อให้ลดความ เครียดของจิตใจลงได้ ความเครียดที่มากเกินไปนั้น จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคอ่อนแอลง และเชื้อไวรัสนี้สามารถเพิ่มจำนวนได้
  • อย่าซื้อยาต่าง ๆ กินเองโดยเฉพาะยาชุด หรือยาลูกกลอนที่ไม่รู้ที่มาหรือผู้ผลิตที่ชัดเจน เพราะอาจจะได้รับยากดภูมิคุ้มกันต้านทานโรคจำพวก สเตียรอยด์ (Steroid) โดยไม่รู้ตัว ยาพวกนี้จะยิ่งกดภูมิคุ้มกันต้านทานโรค ทำให้ติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราและเชื้อฉวยโอกาสต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และอาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้
  • ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ติดเชื้อและองค์กรเอกชนที่ทำงานเพื่อให้กำลังใจและช่วยเหลือผู้ติดเชื้อด้วยกันหลายกลุ่ม การเข้ากลุ่มเหล่านี้นอกจากจะทำให้ผู้ติดเชื้อได้รับการช่วยเหลือแล้ว การช่วยเหลือผู้อื่นในกลุ่ม ยังทำให้เกิดความสุขที่เกิดจากการให้ ซึ่งมีผลดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจในทางที่ดีเป็นอย่างยิ่ง สามารถหาชื่อองค์กรเหล่านี้ได้ทางอินเทอร์เน็ต
  • หลีกเลี่ยงความคิดแก้แค้น ผูกพยาบาท อยากแก้แค้นสังคม หรือผู้ อื่นที่คิดว่าเป็นต้นเหตุการติดเชื้อ การพยายามแพร่เชื้อให้ผู้อื่นโดยตั้งใจ ความคิดด้านลบเหล่านี้ ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจโดยรวม
  • หลีกเลี่ยงความคิดว่าตนเองต้องตายแน่ ตายในเวลาไม่นาน ตายโดยไม่มีคนดูแล ความคิดทางลบแบบนี้ ทำให้ซึมเศร้าและหดหู่ ไม่เป็นผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายแต่อย่างใด