ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน ตรวจอะไรบ้าง ตรวจ HIV หรือเอดส์ ด้วยหรือเปล่า ปัจจุบันถึงแม้ว่าบริษัทจะรับคุณเข้าทำงานแล้วก็ตาม แต่บริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ก็ยังคงมีข้อตกลงและข้อกำหนดให้พนักงานต้องไปตรวจสุขภาพก่อนที่จะเข้ามาทำงานเพราะเนื่องจากการทำงานในแต่ละสายงานอาจมีความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นความพร้อมในเรื่องของสุขภาพร่างกายก็เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากความปลอดภัยกับตนเองแล้วยังปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมงาน และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ทำให้งานมีคุณภาพสูงสุด

ทำไมจึงต้องตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน เพราะว่าการตรวจสุขภาพก่อนที่จะเข้าทำงานนั้นจะเป็นนโยบายหรือมาตรฐานของบริษัทในการรับพนักงานเข้าทำงาน จุดมุ่งหมายคือเพื่อให้บริษัทและลูกจ้างมีความมั่นใจ และมีสุขภาพที่แข็งแรงพอที่จะทำงานได้โดยที่ไม่มีความเสี่ยงโรค หรือเป็นโรคที่เป็นอุปสรรคในการทำงาน และเพื่อความมั่นใจยิ่งขึ้นว่าจะไม่ทำให้เกิดโรคติดต่อในหมู่พนักงาน เนื่องจากสังคมทำงานเป็นสังคมขนาดใหญ่ ซึ่งหากมีใครคนใดคนหนึ่งป่วย หรือในที่นี้ คือ โรคติดต่อ จะทำให้อาจแพร่เชื้อไปสู่เพื่อนร่วมงานได้ ทั้งนี้ยังเป็นการรักษาภาพลักษณ์ของบริษัทหรือองค์กรอีกด้วย ที่จริงแล้วไม่มีกฎหมายที่บังคับให้ตรวจสุขภาพก่อนที่จะเข้าทำงาน ฉะนั้นคุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตรวจก็ได้ แต่นั่นอาจจะหมายความว่าบริษัทที่คุณไปสมัครอาจไม่พิจารณารับคุณเข้าทำงาน

อย่างไรก็ตาม อาจมีงานอีกหลาย ๆ ประเภทที่กฎหมายได้มีการกำหนดให้ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ซึ่งงานเหล่านั้นอาจมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก เช่น งานที่จำเป็นต้องสัมผัสกับสารเคมี งานที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมไปถึงการทำงานในโรงพยาบาลที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อและมีโอกาสแพร่เชื้อไปสู่ผู้ป่วยได้

เช็คลิสต์ในการตรวจสุขภาพเข้าทำงานที่อาจจะพบได้

– ตรวจสุขภาพโดยแพทย์เบื้องต้น (ดัชนีมวลกายหรือการตรวจวัดความดันโลหิต และชีพจร), ตรวจวัดทางสายตา, ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด, ตรวจปัสสาวะและตรวจสารเสพติด, ตรวจการตั้งครรภ์, ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี, เอกซเรย์ปอด

– ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน 5 โรคร้าย

หากบริษัทให้ตรวจหาเชื้อเอชไอวี จะถือเป็นการละเมิดสิทธิหรือไม่ ในรายการที่ ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ทางบริษัทจะสามารถขอผลตรวจ การติดเชื้อเอชไอวี ของผู้ที่มาสมัครงานได้ แต่ผู้ที่สมัครจะต้องมีการลงลายมือชื่อยินยอมด้วย ซึ่งการตรวจหาเชื้อนั้นควรขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้วยว่า หน้าที่ที่ได้รับหมายมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจหาเชื้อเอชไอวีนมากหรือน้อยเพียงใด มีโอกาสที่จะเสียเลือดหรือแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นหรือไม่ หากบริษัทมีการพิจารณาแล้วว่า ลักษณะของการทำงานไม่ได้มีความเสี่ยงต่อการติดต่อก็ไม่ควรที่จะไปขอดูผลตรวจหรือไม่ควรให้ตรวจหาเชื้อ เพราะอาจถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ที่มาสมัครงานมากเกินไป ซึ่งเชื้อเอชไอวีนั้นก็ไม่ได้แพร่กันง่าย ๆ หากผู้ป่วยดูแลรักษาตนเองเป็นประจำอย่างดี ก็ย่อมมีสิทธิที่จะทำงานได้โดยปราศจากการถูกเลือกปฏิบัติ ซึ่งนอกเหนือจากนี้บริษัทก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะให้พนักงานออกด้วยเหตุผลว่าเป็นผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้น การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานจะขึ้นอยู่กับความจำเป็นของบริษัทในแต่ละที่ ซึ่งแต่ละที่อาจมีมาตรฐานและระบบที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงใช้วิธีการตรวจแบบรวม ๆ และแน่นอนว่าควรที่จะตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ และที่ที่มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยครบครันในการตรวจ ซึ่งที่แรกก็คือ โรงพยาบาลโดยมีแพทย์ที่มีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญ แต่สำหรับการตรวจเบื้องต้น การไปตรวจที่คลินิกก็สามารถที่จะอนุโลมได้ (ขึ้นอยู่กับองค์กร) แต่บางบริษัทอาจจะเน้นให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลที่เป็นที่ยอมรับและมีมาตรฐานมากว่าแต่ก็อาจมีค่าตรวจที่สูง

ทั้งนี้เช็คลิสต์ในการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานนั้น ไม่ได้มีการระบุว่าจะต้องตรวจหาเชื้อเอชไอวี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับบริษัทว่าจะระบุให้ตรวจอะไรเพิ่มเติมด้วยบ้าง

 

สำหรับใครที่กำลังมีความลังเลว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี หรือได้รับความเสี่ยงมา สามารถหาซื้อ อินสติ ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง มาตรวจก่อนได้ที่บ้านง่าย ๆ ไม่อยาก อุปกรณ์ครบ สะดวกสบาย สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วประเทศ

 

ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเอง

Click to rate this post!
[Total: 3 Average: 5]