ทำความรู้จัก อินสติ (INSTi) ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตัวเอง

INSTI ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (INSTI HIV Self Test) ได้ผ่านการรับรองจากองค์กรระดับสากลอ กระทรวงสาธารณสุขประเทศแคนาดา หรือ Health Canada รวมทั้งผ่านมาตรฐานสหภาพยุโรป หรือ CE (European Conformity) และผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO Pre-Qualified ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับการยอมรับระดับโลกทั้งสิ้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาการขาดโอกาสเข้าถึงการตรวจคัดกรองเบื้องต้น ที่หลายประเทศประสบอยู่ในขณะนี้นั่นเอง

เนื่องจากการติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ และมีระยะการฟักตัวที่สังเกตอาการได้ยาก ซึ่งมีอาการเริ่มต้นคล้ายคลึงกับผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่น มีไข้ ปวดหัว เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต ร่างกายอ่อนเพลีย มีผื่นตามร่างกาย ฯลฯ ทำให้การเฝ้าระวังและการป้องกันเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นหน่วยงานพัฒนาด้านการแพทย์จึงได้คิดค้นชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งยังทราบผลตรวจได้อย่างแม่นยำภายในไม่กี่นาทีเท่านั้น โดยมีจุดประสงค์ที่มุ่งเน้นให้บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวีได้ตรวจอย่างรวดเร็วมากขึ้น ทราบสถานะผลเลือดก่อนที่จะแพร่เชื้อเอชไอวีไปยังคู่นอน และลดอัตราการลุกลามของโรคฉวยโอกาสได้มากขึ้น

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง

เริ่มต้นกันด้วยความเข้าใจที่ตรงกันก่อนที่จะเข้าสู่ประเด็นสำคัญอย่าง INSTI (อินสติ) ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ด้วยการตอบคำถามที่หลาย ๆ คนสงสัยว่า ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองคืออะไร มีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับการตรวจในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ และที่สำคัญคือชุดตรวจเอชไอวีในไทยแบบไหนได้มาตรฐาน บทความนี้จะให้ความกระจ่างมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองคืออะไร?

ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (HIV Self Test) คือ ชุดตรวจเอชไอวีที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีเบื้องต้น ซึ่งได้รับการทดสอบและปรับปรุงจนได้เป็นเครื่องมือที่มีความแม่นยำ สามารถใช้งานได้สะดวกง่ายดาย รวมไปถึงมีความปลอดภัยต่อผู้ตรวจและเป็นขยะที่สามารถทิ้งได้อย่างปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน 

ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองมีความน่าเชื่อถือหรือไม่?

แน่นอนว่าการตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เป็นหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดการแพร่เชื้อเอชไอวีได้ในระดับที่ดี เพราะสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงได้เข้าถึงการตรวจคัดกรองเบื้องต้นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นที่สงสัยของผู้คนส่วนใหญ่ว่า ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ก่อนอื่นต้องอธิบายให้เข้าใจก่อนว่า การตรวจเอชไอวีแบบคัดกรองเบื้องต้นในปัจจุบันที่ได้รับความนิยมคือ Rapid test

Rapid test :ป็นการตรวจเอชไอวีที่ได้ผลต่อเมื่อผู้ตรวจติดเชื้อตั้งแต่ 3 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อตรวจแอนติบอดีในร่างกาย โดยใช้การหยดเลือดหรือซีรั่มลงไปในชุดตรวจเอชไอวี การตรวจด้วยวิธีนี้สามารถทราบผลได้อย่างรวดเร็วในไม่กี่นาที ซึ่ง INSTI (อินสติ) ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เป็นชุดตรวจที่เลือกใช้วิธีการนี้ในการวิเคราะห์ผล จึงมั่นใจได้ว่ามีความน่าเชื่อถือได้มาตรฐานอย่างแน่นอน

ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง แบบไหนได้มาตรฐานในไทย?

กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวง เรื่องชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง พ.ศ. 2562 นับว่าเป็นโอกาสที่ดีให้กับประชาชนได้เข้าถึงการตรวจเอชไอวีได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าส่งผลให้ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง สามารถขอขึ้นทะเบียนเพื่อจัดจำหน่ายได้อย่างถูกต้องในประเทศไทย โดยชุดตรวจจะต้องผ่านมาตรฐานที่กำหนดไว้ ซึ่งได้ประเมินแล้วว่าเป็นรูปแบบที่ให้ผลได้เทียบเท่าการตรวจเอชไอวีที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ มีด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ ตรวจจากเลือดหรือส่วนประกอบของเลือด และ ตรวจจากน้ำในช่องปาก จึงสรุปได้ว่า INSTI (อินสติ) ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เป็นหนึ่งในชุดตรวจที่ได้มาตรฐานในไทย เนื่องจากเป็นชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองที่ใช้รูปแบบการตรวจเจาะเลือดบริเวณปลายนิ้วมือ อีกทั้งยังได้รับการรับรองจากองค์กรระดับโลกร่วมด้วย

INSTI (อินสติ) ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง : The world’s fastest HIV test.

จากผลการทดสอบของ “INSTI (อินสติ) ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง” พบว่าเป็นชุดตรวจที่ให้ผลลัพธ์ได้รวดเร็วที่สุดในโลก ณ ขณะนี้ โดยสามารถให้ผลได้ภายในเวลาเพียงแค่ 60 วินาทีเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับชุดตรวจเอชไอวีอื่น ๆ ในปัจจุบันอาจต้องรอผลตรวจนานกว่า 15-20 นาที และทราบผลได้เร็วกว่าถึง 2 สัปดาห์ ที่สำคัญคือได้ออกแบบอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยการตรวจแอนติบอดีในร่างกายที่มีต่อเชื้อเอชไอวีโดยเลือดแค่หยดเดียว มาพร้อมคู่มือการใช้งานที่ทำตามได้ง่าย อธิบายหลักการอ่านค่าผลเลือดไว้อย่างละเอียด ถือว่าเป็นชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองที่ตอบโจทย์ความต้องการของบุคคลที่มีความเสี่ยงได้อย่างดี

ข้อดีของ INSTI ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง

  • INSTI ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองผ่านการรับรองจากหน่วยงานสากลระดับโลก
  • INSTI ผ่านการทดสอบอย่างละเอียดนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าชุดตรวจมีความแม่นยำ และมากด้วยประสิทธิภาพเทียบเท่าการตรวจคัดกรองโดยห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
  • เป็นชุดตรวจที่คำนึงถึงความเข้าใจของผู้ใช้งาน ด้วยการจัดทำเนื้อหาประกอบคู่มือการใช้งานหลากหลายภาษาทั่วโลก
  • จัดทำภาพประกอบการอธิบายการใช้งานได้เข้าใจง่าย
  • เป็นชุดตรวจเอชไอวีที่ขึ้นชื่อว่ามีราคาย่อมเยา และมากด้วยประสิทธิภาพที่แม่นยำ
  • INSTI ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเข้ารับการตรวจในสถานพยาบาล หรือมีความต้องการตรวจที่บ้านด้วยตัวเอง
  • สามารถทราบผลเลือดได้อย่างรวดเร็วภายใน 60 วินาทีและแม่นยำกว่า 99% จากผลสำรวจแล้วทราบผลได้ไวมากกว่าชุดตรวจจากแบรนด์อื่น ๆ มากกว่า 2 สัปดาห์
  • ใช้เลือดจากปลายนิ้วมือเพียงแค่หยดเดียวเท่านั้น ก็สามารถตรวจแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีได้
  • ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ตรวจเอชไอวี หรือ ไม่มีความเชี่ยวชาญทางการแพทย์สามารถตรวจได้ด้วยตนเอง
  • INSTI ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ผลิตโดยบริษัทที่เป็นผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนาชุดตรวจทางการแพทย์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบซี ชุดตรวจไวรัสซิกา ชุดตรวจชิคุนกุนยา เป็นต้น จึงเป็นเชื่อมั่นในความชำนาญและการพัฒนาชุดตรวจได้อย่างน่าเชื่อถือ

ส่วนประกอบชุดตรวจอินสติ (INSTI)

สำหรับผู้ที่ต้องการทราบผลเลือดเบื้องต้นหลังจากพบว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี แต่ไม่มั่นใจว่า ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง จะมีความผลที่แม่นยำและน่าเชื่อถือเพียงพอหรือไม่ ข้อสงสัยเหล่านี้จะหมดไปอย่างแน่นอน เนื่องจากชุดตรวจของ INSTI ได้มีข้อแนะนำการใช้งานรวมไปถึงข้อชี้แนะเกี่ยวกับการอ่านผลตรวจไว้ให้ภายในชุดตรวจ ซึ่งได้มีการระบุการแสดงผลไว้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังได้แนะนำแนวทางในการที่เหมาะสมหลังจากทราบผลเลือด โดยผู้ตรวจจะต้องเข้าใจทุกชิ้นส่วนของชุดตรวจเอชไอวีด้วยตัวเอง อินสติ (INSTI) ก่อนเป็นอันดับแรก คือ

  • เข็มที่ใช้ในการเจาะเลือดด้วยตัวเอง บริเวณปลายนิ้ว จำนวน 1 ชิ้น
  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจ  จำนวน 1 ชิ้น
  • พลาสเตอร์ปิดแผล สำหรับพันแผลหลังจากเจาะ จำนวน 1 ชิ้น
  • น้ำยาเจือจาง ฝาสีแดง ขวดหมายเลข 1 จำนวน 1 ขวด
  • น้ำยาปรับสี ฝาสีน้ำเงิน ขวดหมายเลข 2  จำนวน 1 ขวด
  • น้ำยาปรับความชัด ฝาขาวใส ขวดหมายเลข 3 จำนวน 1 ขวด

การอ่านผลของชุดตรวจเอชไอวี INSTI

เมื่อผู้ตรวจได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการตรวจที่ได้แนะนำไว้โดยละเอียดแล้ว สิ่งที่รอคอยนั่นก็คือผลการตรวจเอชไอวีที่สามารถทราบได้ใน 1 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่ารวดเร็วและแม่นยำ ตอบโจทย์การตรวจด้วยตนเองอย่างมาก ซึ่งผลการตรวจแน่นอนว่าจะออกผลเป็น 3 อย่าง  คือ 

  • เกิดปฏิกิริยา (REACTIVE) 

เป็นผลการตรวจเอชไอวีด้วยตนเองที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น โดยชุดตรวจจะแสดงผลทั้ง 2 จุดอย่างชัดเจน หรือ บางกรณีจุดที่ใกล้กับตัว C อาจชัดกว่าจุดถัดไป ยังนับว่าเป็นมีโอกาสสูงที่ผู้ตรวจอาจได้รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งสิ่งที่ควรทำต่อจากการทราบผลคือควรเข้ารับการตรวจยืนยันอีกครั้งจากแพทย์ภายในสถานพยาบาล และเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาได้อย่างทันท่วงที

  • ไม่เกิดปฏิกิริยา (NON-REACTIVE)

เป็นผลการตรวจเอชไอวีที่แสดงให้เห็นว่าไม่พบเชื้อในร่างกาย ซึ่งชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองจะแสดงผลเฉพาะบริเวณจุดด้านบนเท่านั้น (จุดใกล้เคียงกับ C) *ทั้งนี้ผู้ตรวจจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าชุดตรวจมีโอกาสที่จะตรวจไม่พบได้ หากว่ามีการติดเชื้อเอชไอวีในระยะฟักตัว หรือช่วง 2 สัปดาห์ ไปจนถึง 3 เดือน โดยปัจจัยสำคัญคือภูมิต้านทานของแต่ละคน ดังนั้นเพื่อให้ผลการตรวจแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ผู้ตรวจควรเว้นระยะการตรวจซ้ำเพื่อให้มั่นใจว่าไม่พบเชื้อจริง รวมถึงหมั่นสังเกตอาการของตนให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

  • ไม่สามารถแปลผลได้ (INVALID RESULT)

เป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้น้อยมาก เนื่องจากส่งผลจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย ผู้ตรวจเจาะเลือดได้ในปริมาณน้อยเกินไป หรือ ปฏิบัติตามขั้นตอนไม่ครบถ้วน เป็นต้น โดยที่ชุดตรวจจะไม่แสดงผลใด ๆ ให้เห็น หรือ แสดงเพียงจุดด้านล่างเท่านั้น 

การอ่านผลตรวจจากชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง INSTI ถือเป็นรูปแบบการอ่านค่าพื้นฐานที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย หากผู้ตรวจได้อ่านทำความเข้าใจเอกสารคู่มือที่ได้แนบมาภายในชุดตรวจอย่างละเอียด ประกอบกับทำตามขั้นตอนการตรวจด้วยตนเองครบถ้วนอย่างสมบูรณ์ แน่นอนว่าผลตรวจที่ออกมาย่อมมีความแม่นยำเชื่อถือได้ ทั้งนี้ผู้ตรวจควรรับมือกับผลการตรวจอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อการป้องกันมากที่สุด ตลอดจนการเข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันจากแพทย์อีกครั้งเมื่อทราบผลว่าตนติดเชื้อเอชไอเอชวี

การตรวจเอชไอวีมีข้อดีที่ส่งผลต่อสุขภาพและการป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเล็งเห็นว่าตนมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี หรือต้องการทราบสถานะเลือดเพื่อให้มั่นใจในการดำเนินชีวิต การตรวจเอชไอวีเป็นประจำด้วยชุดตรวจนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากกว่าการพบเชื้อในระยะที่รุนแรงจนส่งผลต่อการรักษาที่ยากมากขึ้น ทั้งนี้หากต้องการทราบสถานะเลือดโดยที่ไม่ต้องการให้ข้อมูลส่วนตัวกับเจ้าหน้าที่สถานพยาบาล การเลือกใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองก็เป็นหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการตรวจเอชไอวีไม่ว่าจะรูปแบบใด ย่อมมีผลดีต่อผู้นั้นอย่างปฏิเสธไม่ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก
INSTI HCV Antibody Tes: https://www.insti.com